พ.ร.บ. พัฒนาฝีมือแรงงาน คืออะไร? บริษัทต้องอบรมกี่ % ก่อนโดนปรับ (2569)

สำหรับเจ้าของธุรกิจและ HR ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป: เช็กเกณฑ์ พ.ร.บ. พัฒนาฝีมือแรงงาน บทลงโทษถ้าไม่อบรม และหลักสูตร AI/ดิจิทัลที่นับชั่วโมงได้ถูกกฎหมาย

กรกฎาคม 27, 2026 16:02:29

สารบัญ SEO

Tags

พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) กำหนดให้ สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างในสัดส่วน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยในปีนั้น ตามมาตรา 29 และมาตรา 30

 

พูดง่ายๆ คือ ถ้าบริษัทมีพนักงานเฉลี่ย 200 คนตลอดปี ต้องมีพนักงานผ่านการฝึกอบรม (ไม่ว่าจะจัดฝึกเองหรือส่งไปฝึกภายนอก) อย่างน้อย 100 คนในปีนั้น — นับทั้งการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน (upskill พนักงานเดิม) และการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ (reskill)

ใครเข้าเกณฑ์:

  • นับจากจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยตลอดปี ไม่ใช่ยอด ณ วันใดวันหนึ่ง — บริษัทที่จำนวนคนแกว่งขึ้นลงต้องคำนวณค่าเฉลี่ยให้ถูก

 

  • นับรวมทุกสาขา/ทุกไซต์งานภายใต้นิติบุคคลเดียวกัน

 

  • ไม่ใช่แค่โรงงานหรือภาคการผลิต — ธุรกิจบริการ ค้าปลีก โลจิสติกส์ ที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไปเข้าเกณฑ์เหมือนกัน

นี่คือจุดที่หลายบริษัทพลาด เพราะคิดว่า “ไม่อบรมก็แค่จ่ายแทน” แต่ตัวเลขจริงหนักกว่านั้น

กลไกคือ: ถ้าปีไหนบริษัทฝึกอบรมพนักงานไม่ถึงสัดส่วนร้อยละ 50 ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่ขาดไปต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

  • อัตราเงินสมทบ: ร้อยละ 1 ของฐานค่าจ้างขั้นต่ำ คูณด้วยจำนวนลูกจ้างที่ฝึกไม่ครบสัดส่วน (ปี 2569 ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 337-400 บาท/วัน ตามพื้นที่ 17 ระดับ — ฐานคำนวณจึงต่างกันตามจังหวัดที่ตั้งกิจการ)

 

  • ถ้าไม่จ่ายเงินสมทบตามกำหนด หรือจ่ายไม่ครบ: มาตรา 31 กำหนดให้ต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างอยู่ — คิดสะสมทบต้นทุกเดือนจนกว่าจะจ่ายครบ

 

  • เอกสารที่ต้องยื่นทุกปี: แบบ สท.2 (รายงานการฝึกอบรมฝีมือแรงงานประจำปี + แจ้งคำนวณเงินสมทบ) ถ้าไม่ยื่นหรือยื่นข้อมูลเท็จ ก็มีความผิดตามกฎหมายเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง

สิ่งที่มักถูกมองข้าม: เงินเพิ่ม 1.5%/เดือนนี้ไม่ใช่ค่าปรับครั้งเดียวจบ แต่วิ่งสะสมทุกเดือนตราบใดที่ยังค้างจ่าย ยิ่งปล่อยนานยิ่งจ่ายแพง ต่างจากการวางแผนอบรมล่วงหน้าที่ใช้งบประมาณเท่าเดิมทุกปีและคาดการณ์ได้

จุดที่ HR ส่วนใหญ่พลาดคือมองเรื่องนี้เป็นแค่ “ภาระที่ต้องสอบผ่าน” เลยเลือกอบรมเรื่องที่ไม่มีใครอยากเรียนเพื่อ tick box ให้ครบชั่วโมง ทั้งที่จริงๆ กฎหมายเปิดช่องให้เลือกหลักสูตรที่ใช้งานได้จริงในงาน แล้วยังนับชั่วโมงได้ครบตามเกณฑ์ไปพร้อมกัน

หลักการเลือกให้ได้ทั้งสองทาง:

  • แมปหลักสูตรกับ skill gap จริงของทีม — ถ้าทีม Marketing หรือ Operation ต้องใช้ AI ในงานอยู่แล้ว เลือกหลักสูตร AI/ดิจิทัลที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานรับรอง แทนหลักสูตร generic ที่ไม่เกี่ยวกับงาน

 

  • เลือกวิธีฝึกให้เหมาะกับขนาดทีม — ฝึกเอง (In-house), ส่งฝึกภายนอก (ส่งฝึก), หรือฝึกผ่าน e-Learning (มีผลบังคับใช้เป็นทางเลือกใหม่ตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2568) — ทีมเล็กกระจายหลายสาขาเหมาะกับ e-Learning เพราะไม่ต้องเคลื่อนคนมารวมที่เดียว

 

  • วางแผนล่วงหน้าทั้งปี ไม่ใช่อบรมกระชั้นชิดปลายปี — เพราะการยื่นขอความเห็นชอบหลักสูตรและกระบวนการฝึกต้องใช้เวลา ยิ่งยื่นใกล้สิ้นปียิ่งเสี่ยงฝึกไม่ทันสัดส่วนที่กำหนด

หลักสูตรที่นับเป็นชั่วโมงฝึกอบรมได้ตามกฎหมาย

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดประเภทการฝึกและจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำไว้ชัดเจน:

 

ประเภทการฝึก ชั่วโมงขั้นต่ำ เหมาะกับ
ฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน (Upskill) ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง พนักงานเดิมที่ต้องการต่อยอดทักษะในสายงานเดิม
ฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ (Reskill) ไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง พนักงานที่ต้องปรับบทบาทหรือย้ายสายงาน
ฝึกเตรียมเข้าทำงาน (Pre-employment) ไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมง พนักงานใหม่ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง

ตัวอย่างหลักสูตร AI/ดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล (DisDA) รับผิดชอบหลักสูตรสาย AI/ดิจิทัลโดยเฉพาะ ครอบคลุม 4 ระดับหลักสูตร 5 กลุ่มหลักสูตร และ 23 สาขาอาชีพ ตัวอย่างหลักสูตรที่เปิดฝึกอบรมจริงและนับชั่วโมงได้ตามเกณฑ์ ได้แก่:

  • Agentic AI เพื่อสร้างระบบ Automation อัจฉริยะ
  • AI-Assisted Coding Fundamentals
  • การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียด้วยเทคโนโลยี Generative AI
  • หลักสูตรภายใต้โครงการ D-Workforce (พัฒนาสมรรถนะบุคลากรดิจิทัลรองรับอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต) ที่เปิดฝึกอบรมทั่วประเทศผ่านสถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานประจำจังหวัด
  • การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาพนักงานการใช้คอมพิวเตอร์ (Generative AI)

จุดสำคัญ: หลักสูตรเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่ “ให้ครบชั่วโมง” แต่เป็นทักษะที่ทีมงานเอาไปใช้ได้จริงในการทำงานประจำวัน — ตรงกับหลักการข้อ 1 ด้านบน

ขั้นตอนการแจ้ง/ขึ้นทะเบียนหลักสูตรกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ตั้งแต่ประกาศฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ 19 สิงหาคม 2568 การยื่นคำขอทำผ่านระบบ PRB e-Service เป็นหลัก แบบฟอร์มที่ต้องรู้จักมี 4 ประเภท:

แบบฟอร์ม ใช้เมื่อไหร่
ยป.1 ยื่นครั้งแรกสำหรับหลักสูตรใหม่ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียน
ยป.2 จัดฝึกอบรมเอง แบบ e-Learning
ยป.3 ส่งพนักงานไปฝึกกับสถาบันฝึกอบรมภายนอก
ยป.4 กรณีฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน/เปลี่ยนสาขาอาชีพรูปแบบอื่นตามที่กรมกำหนด
ลำดับขั้นตอนโดยสรุป:
  1. ก่อนฝึก — เตรียมรายละเอียดหลักสูตร (เนื้อหา, จำนวนชั่วโมง, คุณสมบัติวิทยากร) ยื่นแบบคำขอที่ตรงกับวิธีฝึก (ยป.1-4) ผ่าน PRB e-Service หรือยื่นด้วยตนเองที่หน่วยงานในสังกัด (สถาบัน/สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน)
  2. ระหว่างฝึก — บันทึกหลักฐานการเข้าฝึกอบรม สำหรับกรณี e-Learning ต้องมีการแสดงตัวตนผู้เข้าฝึกก่อนเริ่ม (แบบ ฝย./ฝป.3-1) และภาพถ่ายยืนยันตัวตนระหว่างฝึก (แบบ ฝย./ฝป.3-2)
  3. หลังฝึก — สรุปผลผู้ผ่านการฝึกอบรม กรอกข้อมูลตามแบบติดตามผลสัมฤทธิ์การฝึกอบรม
  4. สิ้นปี — ยื่นแบบ สท.2 สรุปสัดส่วนผู้ผ่านการฝึกเทียบกับจำนวนลูกจ้างเฉลี่ยทั้งปี พร้อมคำนวณเงินสมทบ (ถ้ามีส่วนที่ขาด)

สิทธิประโยชน์ที่มักถูกมองข้าม: ผู้ประกอบกิจการที่จ่ายเงินสมทบตรงเวลาและพัฒนาแรงงานตามมาตรา 29 ครบถ้วน มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือคืนสูงสุดถึง 25% ของเงินสมทบ ยังไม่นับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายฝึกอบรมที่แยกต่างหากจากส่วนนี้

ทำไมให้ Thitaramgroup ช่วยจัดการเรื่องนี้ทั้งหมด

การอบรมตาม พ.ร.บ. พัฒนาฝีมือแรงงานไม่ใช่แค่เรื่อง “เลือกหลักสูตรแล้วส่งคนไปเรียน” แต่เป็นงานที่มีเอกสาร ระบบ และเดดไลน์ทับซ้อนกันหลายชั้น ตั้งแต่การคำนวณสัดส่วนลูกจ้างเฉลี่ย เลือกหลักสูตรให้เข้าเกณฑ์และตรงกับ skill gap จริง ยื่นแบบผ่าน PRB e-Service ให้ถูกประเภท ไปจนถึงปิดงบ สท.2 ท้ายปีให้ตัวเลขตรงกัน

ในฐานะที่ Thitaramgroup ดูแลงานด้าน HR solution, การจัดหาบุคลากร และ Outsourcing มากว่า 30 ปี ทีมงานเข้าใจทั้งฝั่งกฎหมายแรงงานและฝั่งการวางกำลังคนจริงในหน้างาน จึงช่วยวางแผนอบรมทั้งปีให้ตรงสัดส่วนกฎหมาย เลือกหลักสูตรที่ทีมงานได้ใช้จริง และดูแลเอกสารทั้งกระบวนการ — ลดความเสี่ยงเรื่องเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยถ้าวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี

หากต้องการให้ทีมงานช่วยประเมินว่าปีนี้บริษัทของคุณฝึกอบรมครบสัดส่วนหรือยัง หรือวางแผนหลักสูตรทีมงานยินดีให้คำปรึกษา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • พ.ร.บ. พัฒนาฝีมือแรงงาน บังคับใช้กับบริษัทขนาดไหน?

บริษัทที่มีลูกจ้างเฉลี่ยตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปตลอดปี ต้องฝึกอบรมอย่างน้อยร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างเฉลี่ย

  • ถ้าฝึกอบรมไม่ครบสัดส่วน ต้องจ่ายเท่าไหร่?

ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราร้อยละ 1 ของฐานค่าจ้างขั้นต่ำ คูณจำนวนลูกจ้างที่ขาดสัดส่วน และหากไม่จ่ายตามกำหนดจะมีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดค้างจ่าย

  • หลักสูตร AI นับเป็นชั่วโมงฝึกอบรมตามกฎหมายได้ไหม?

ได้ หากเป็นหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (เช่น หลักสูตรผ่านสถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล DisDA) และมีชั่วโมงฝึกครบตามประเภทที่กำหนด (ยกระดับฝีมือ ≥6 ชม. / เปลี่ยนสาขาอาชีพ ≥18 ชม.)

  • ต้องยื่นเอกสารอะไรกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานทุกปี?

แบบ สท.2 ซึ่งเป็นรายงานการฝึกอบรมฝีมือแรงงานประจำปี พร้อมแจ้งคำนวณเงินสมทบ (ถ้ามี)

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทกฎหมาย

เกณฑ์ 100 คน / สัดส่วน 50%

เงินสมทบ / แบบ สท.2

  • empeo — ขั้นตอนยื่นแบบ สท.2 และวิธีหาเงินสมทบที่ต้องจ่าย: https://www.empeo.com/blog/tips/what-is-sor-tor-2/
  • กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน — หลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือ/อุดหนุน: https://sdfund.dsd.go.th (infographic ระบบสารสนเทศกองทุน)

ชั่วโมงฝึกอบรมขั้นต่ำ / ลดหย่อนภาษี

หลักสูตร AI/ดิจิทัลของ DSD/DisDA

ขั้นตอนยื่น ยป.1-4 / PRB e-Service

  • Tess Training — การยื่นขอรับรองหลักสูตร อัพเดท 2568: https://tesstraining.com
  • ByteHR — ขั้นตอนการยื่นเอกสารฝึกอบรมต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน: https://byte-hr.com

ค่าแรงขั้นต่ำ 2569 (ใช้คำนวณฐานเงินสมทบ)

Tags

บทความที่คุณอาจสนใจ

สำหรับเจ้าของธุรกิจและ HR ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป: เช็กเกณฑ์ พ.ร.บ. พัฒนาฝีมือแรงงาน บทลงโทษถ้าไม่อบรม และหลักสูตร AI/ดิจิทัลที่นับชั่วโมงได้ถูกกฎหมาย
สำหรับเจ้าของธุรกิจ/โรงงานที่กำลังเจอปัญหาคนไม่พอช่วง Peak Season — เข้าใจ BPO คืออะไร ต่างจาก Outsource ทั่วไปยังไง พร้อมกรณีศึกษาจริงจาก Thitaramgroup
จ่ายเงินเดือนผิดหรือช้าแม้ครั้งเดียว พนักงานเริ่มไม่ไว้ใจองค์กร บทความนี้ชวนดูว่าทำไม Payroll ถึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกว่าที่คิด และ Outsource Payroll ช่วยปิดความเสี่ยงได้อย่างไร

Follow channel

เสริมกำลังทีม เพิ่มกำไร
ลดภาระ HR

ลดปัญหาในการจัดการพนักงาน เพิ่มกำลังผลิต เสริมทีมขาย พร้อมผู้เชี่ยวชาญดูแลครบทุกขั้นตอน

Call-to-action 1