ถ้าพาร์ทไทม์ทำงานให้ร้านในฐานะลูกจ้าง คือร้านเป็นคนกำหนดเวลา สถานที่ และสั่งงาน พาร์ทไทม์คนนั้นก็เป็นลูกจ้างตามกฎหมายเหมือนพนักงานประจำ ร้านต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ จ่าย OT ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบเดียวกับเงินเดือน
บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ร้านอาหารหลายสาขาต้องรู้ก่อนจ้างพาร์ทไทม์ พร้อมตารางและตัวอย่างคำนวณที่ใช้ได้ทันที
พนักงานพาร์ทไทม์ถือเป็นลูกจ้าง
ตามกฎหมายหรือเปล่า
ในร้านอาหาร พาร์ทไทม์มักหมายถึงพนักงานที่ทำงานไม่เต็มวัน รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือรายวัน และมาเสริมช่วงคนแน่น เช่น มื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือเสาร์-อาทิตย์
สิ่งที่ตัดสินว่าใครเป็นลูกจ้าง คือลักษณะการทำงานจริง ไม่ใช่ชื่อตำแหน่ง ถ้าร้านกำหนดกะ ให้ใส่เครื่องแบบ และสั่งงานได้ นั่นคือการจ้างแรงงาน กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยว่า ค่าตอบแทนตามสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายตั้งใจผูกพันกันแบบนายจ้างลูกจ้าง และไม่ได้มุ่งที่ผลสำเร็จของงาน แต่มุ่งให้ลูกจ้างทำงานตามข้อบังคับ ถือเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงาน
ส่วนค่าแรงขั้นต่ำ ใช้กับลูกจ้างทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานรายวัน รายเดือน ทดลองงาน หรือแรงงานต่างด้าว
ตารางเปรียบเทียบ: พนักงานประจำ / พาร์ทไทม์ / ฟรีแลนซ์
|
ประเด็น |
พนักงานประจำ |
พาร์ทไทม์ (ลูกจ้าง) |
ฟรีแลนซ์ (รับจ้างทำของ) |
|
ใครกำหนดเวลาทำงาน |
ร้าน |
ร้าน |
ผู้รับจ้างตกลงงานเป็นชิ้น |
|
ประกันสังคม |
มาตรา 33 |
มาตรา 33 |
ไม่ใช่ลูกจ้างของร้าน |
|
ค่าแรงขั้นต่ำ |
ต้องจ่าย |
ต้องจ่าย |
ไม่เกี่ยว |
|
OT และค่าทำงานวันหยุด |
ต้องจ่าย |
ต้องจ่าย |
ไม่เกี่ยว |
|
ประเภทเงินได้ |
40(1) |
40(1) |
40(2) |
ข้อควรระวัง: การเรียกพาร์ทไทม์ว่า "ฟรีแลนซ์" ไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางกฎหมาย ถ้าลักษณะงานจริงยังเป็นการจ้างแรงงาน
จ้างพาร์ทไทม์ต้องทำประกันสังคมไหม
ต้องขึ้นทะเบียนเมื่อไหร่
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนให้ลูกจ้างภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ใช้แบบ สปส.1-03
เมื่อพาร์ทไทม์ลาออก ต้องแจ้งออกภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ข้อนี้สำคัญมากสำหรับร้านอาหาร เพราะพาร์ทไทม์เข้าออกบ่อย ถ้าลืมแจ้งออก ข้อมูลจะค้างในระบบ
ถ้าไม่ขึ้นทะเบียนตามกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หักเท่าไหร่ (ปี 2569)
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ลูกจ้างจ่ายเงินสมทบ 5% ของค่าจ้าง นายจ้างจ่ายเท่ากัน โดยใช้ฐานค่าจ้าง 1,650–17,500 บาทต่อเดือน
ถ้าพาร์ทไทม์ได้ค่าจ้างต่ำกว่า 1,650 บาทต่อเดือน
เป็นคำถามที่ร้านอาหารเจอบ่อยที่สุด เพราะพาร์ทไทม์บางคนทำแค่ไม่กี่วัน แต่เมื่อฐานค่าจ้างขั้นต่ำคือ 1,650 บาท ถึงจะได้ค่าจ้างจริงน้อยกว่านั้น การคำนวณยังใช้ฐาน 1,650 บาท นายจ้างจึงจ่ายเงินสมทบขั้นต่ำ 83 บาทต่อเดือน
ตัวอย่างคำนวณ (ตัวเลขสมมติ)
|
กรณี |
ค่าจ้างต่อเดือน |
ฐานที่ใช้คำนวณ |
ลูกจ้างจ่าย (5%) |
นายจ้างจ่าย (5%) |
|
พาร์ทไทม์ทำเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ |
6,000 บาท |
6,000 บาท |
300 บาท |
300 บาท |
|
พาร์ทไทม์ทำไม่กี่วันต่อเดือน |
1,200 บาท |
1,650 บาท |
83 บาท |
83 บาท |
|
พนักงานรายได้สูงกว่าเพดาน |
20,000 บาท |
17,500 บาท |
875 บาท |
875 บาท |
ร้านที่มีหลายสาขาหลายจังหวัด สอบถามวิธีขึ้นทะเบียนที่เหมาะกับโครงสร้างร้านได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506
ค่าจ้างรายชั่วโมงของพาร์ทไทม์: ต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ
ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำของไทยกำหนดเป็นรายวัน และต่างกันตามจังหวัด ร้านที่มีสาขาหลายจังหวัดจึงต้องใช้อัตราของจังหวัดที่แต่ละสาขาตั้งอยู่ ใช้อัตราเดียวกับทุกสาขาไม่ได้
ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2568 ค่าแรง 400 บาทต่อวันมีผลกับทุกอาชีพในกรุงเทพฯ ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และ อ.เกาะสมุย ส่วนจังหวัดอื่นยังใช้อัตราตามประกาศเดิม
สิ่งที่ร้านควรทำ: ตรวจอัตราล่าสุดของทุกจังหวัดที่มีสาขาจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้างทุกครั้งที่มีการปรับ และถ้าจ่ายพาร์ทไทม์เป็นรายชั่วโมง ให้สอบถามวิธีเทียบให้ไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สายด่วน 1546)
อัปเดต: ข้อเสนอค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมง
เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ก.พ.ร. เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำเป็นรายชั่วโมงตามข้อเสนอของ กกร. เพื่อเปิดทางจ้างนักศึกษา ผู้สูงอายุ และคนพิการ ได้ยืดหยุ่นขึ้น
ตอนนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอ ยังไม่ใช่กฎหมาย ร้านจึงยังต้องยึดค่าแรงขั้นต่ำรายวันตามประกาศปัจจุบัน เราจะอัปเดตส่วนนี้เมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการ
OT และทำงานวันหยุดของพาร์ทไทม์
การทำงานล่วงเวลา คือการทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติ ทั้งในวันทำงานและวันหยุด พาร์ทไทม์ก็อยู่ภายใต้หลักนี้เหมือนกัน
กฎพื้นฐานที่ต้องจัดกะให้ถูก: เวลาทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันและ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำงานครบ 5 ชั่วโมงต้องได้พักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง และวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีอย่างน้อย 1 วัน โดยห่างกันไม่เกิน 6 วัน
อัตราขั้นต่ำตามกฎหมาย
|
ประเภท |
อัตราขั้นต่ำ |
มาตรา |
|
OT ในวันทำงาน |
1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง |
ม.61 |
|
ทำงานในวันหยุด (ลูกจ้างรายเดือน) |
เพิ่มอีก 1 เท่า |
ม.62 |
|
ทำงานในวันหยุด (ลูกจ้างรายวัน) |
2 เท่า |
ม.62 |
|
OT ในวันหยุด |
3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง |
ม.63 |
พาร์ทไทม์ในร้านอาหารส่วนใหญ่รับค่าจ้างเป็นรายวันหรือรายชั่วโมง จึงไม่ใช่ลูกจ้างรายเดือน
ตัวอย่างคำนวณ (ตัวเลขสมมติ: ค่าจ้าง 60 บาทต่อชั่วโมง)
|
สถานการณ์ |
วิธีคิด |
ได้รับ |
|
OT วันทำงาน 2 ชั่วโมง |
60 × 1.5 × 2 |
180 บาท |
|
ทำงานวันหยุด 4 ชั่วโมง |
60 × 2 × 4 |
480 บาท |
|
OT ในวันหยุด 1 ชั่วโมง |
60 × 3 × 1 |
180 บาท |
จ้างพาร์ทไทม์ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม
ค่าจ้างพาร์ทไทม์ที่เป็นลูกจ้าง คือเงินได้ตามมาตรา 40(1) เช่นเดียวกับเงินเดือนและค่าจ้างของพนักงานประจำ ร้านยื่นผ่าน ภ.ง.ด.1 ภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน โดยหักให้เฉพาะคนที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี
วิธีคิดสำหรับคนที่เข้างานกลางปี: ให้คูณค่าจ้างแต่ละงวดด้วยจำนวนงวดที่จะจ่ายจริงในปีนั้น เช่น เข้างาน 1 ตุลาคมและจ่ายรายเดือน จะนับเป็น 3 งวด แล้วจึงดูว่าเงินได้ทั้งปีถึงเกณฑ์เสียภาษีหรือไม่
กับดัก “หัก 3%”
ร้านจำนวนมากหักภาษี 3% จากพาร์ทไทม์แบบเดียวกับการจ้างฟรีแลนซ์ ซึ่งไม่ถูกถ้าพาร์ทไทม์คนนั้นทำงานในลักษณะลูกจ้าง (ดูข้อ 1) เพราะเงินได้ประเภทนี้ต้องคำนวณตามวิธีของเงินได้มาตรา 40(1)
รายละเอียดภาษีขึ้นอยู่กับเงินได้และค่าลดหย่อนของแต่ละคน ร้านควรให้ฝ่ายบัญชีหรือผู้ทำบัญชีตรวจสอบ
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง: เรื่องใหม่ที่เริ่มแล้วเดือนนี้
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องเริ่มหักเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ช่วงแรกลูกจ้างจ่ายเงินสะสม 0.25% และนายจ้างจ่ายเงินสมทบ 0.25% ของค่าจ้าง โดยค่าจ้างที่ใช้คำนวณรวม OT ค่าตำแหน่ง และเบี้ยขยันด้วย
สำหรับพาร์ทไทม์โดยเฉพาะ เช่น นับรวมเป็นจำนวน 10 คนหรือไม่ และต้องหักด้วยหรือไม่ แหล่งข้อมูลสาธารณะที่เราตรวจสอบยังไม่ได้แยกกรณีนี้ไว้ชัดเจน ร้านควรสอบถามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สายด่วน 1546) ก่อนเริ่มหัก
อ่านสรุปกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างฉบับเต็มได้ที่ [กองทุนสงเคราะห์]
6 จุดที่ร้านอาหารหลายสาขาพลาดบ่อยเมื่อจ้างพาร์ทไทม์
|
จุดที่พลาด |
ทำไมถึงพลาด |
สิ่งที่ควรทำ |
|
1. เรียกพาร์ทไทม์ว่าฟรีแลนซ์ |
เข้าใจว่าจะไม่ต้องทำประกันสังคม |
ดูลักษณะงานจริง ถ้าร้านกำหนดเวลาและสั่งงาน ถือเป็นลูกจ้าง |
|
2. ไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม |
คิดว่าทำงานไม่กี่วันคงไม่ต้อง |
ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเข้างาน |
|
3. ลืมแจ้งออก |
พาร์ทไทม์เข้าออกบ่อย |
แจ้งออกภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
|
4. ใช้ค่าแรงอัตราเดียวทุกสาขา |
สะดวกในการทำเงินเดือน |
ใช้อัตราตามจังหวัดของแต่ละสาขา |
|
5. ไม่นับชั่วโมงเกินเป็น OT |
คิดว่าพาร์ทไทม์ไม่มี OT |
จ่ายตามอัตราใน ม.61–63 |
|
6. หักภาษี 3% |
ใช้วิธีเดียวกับฟรีแลนซ์ |
คำนวณแบบเงินได้ 40(1) และยื่น ภ.ง.ด.1 |
บริหารพาร์ทไทม์หลายสาขาอย่างไรให้เอกสารครบ
ยิ่งร้านมีสาขามากเท่าไหร่ เอกสารพาร์ทไทม์ก็ยิ่งกระจายมากเท่านั้น สิ่งที่ควรมีครบสำหรับพาร์ทไทม์ทุกคน:
- สัญญาจ้างที่ระบุค่าจ้าง วันและเวลาทำงานชัดเจน
- บันทึกเวลาเข้า-ออกงาน (ใช้เป็นหลักฐานเวลาคำนวณ OT)
- สลิปค่าจ้างที่แยกค่าจ้างปกติ OT และรายการหัก
- หลักฐานการขึ้นทะเบียน แจ้งออก และนำส่งเงินสมทบประกันสังคม
ทางเลือกในการจัดการ
|
ทางเลือก |
ร้านทำเอง |
ให้คนอื่นทำ |
เหมาะกับ |
|
ทำเองทั้งหมด |
สรรหา จัดกะ ทำเงินเดือน ประกันสังคม ภาษี |
— |
ร้านที่มี HR และบัญชีพร้อม |
|
ใช้บริการ [Payroll Service] |
สรรหาและจัดกะ |
เงินเดือน ประกันสังคม ภาษี |
ร้านที่หาคนเองได้ แต่ไม่อยากเสี่ยงคำนวณผิด |
|
ใช้บริการ [Outsource / Manpower] |
บอกจำนวนคนและช่วงเวลาที่ต้องการ |
หาคน จัดการเอกสาร และจ่ายค่าจ้าง |
ร้านหลายสาขาที่ต้องการคนไม่เท่ากันในแต่ละช่วง |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องทำ ถ้าพาร์ทไทม์ทำงานในฐานะลูกจ้างของร้าน นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนมาตรา 33 ภายใน 30 วันนับจากวันเข้างาน
ใช้ฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละ 83 บาทต่อเดือน
ลูกจ้างที่ไม่ใช่รายเดือนได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่า ถ้าทำเกินเวลาในวันหยุดได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่าต่อชั่วโมง
คำนวณแบบเงินได้มาตรา 40(1) ผ่าน ภ.ง.ด.1 หักเฉพาะเมื่อเงินได้ทั้งปีถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี
ยังไม่ใช้ ขณะนี้อยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็น ร้านยังต้องยึดค่าแรงขั้นต่ำรายวันของแต่ละจังหวัด
ดูรายละเอียดบริการแต่ละประเภทเพิ่มเติม: