AI Recruitment: ปฏิวัติงานสรรหาบุคลากรด้วย AI | Thitaramgroup

สรุปแนวคิด AI Recruitment จากเวทีคุณประกาศิต ทิตาราม ในงาน Thailand HR Tech 2026 แบ่งชัดงานไหนคนทำ งานไหน AI ช่วย พร้อม Roadmap ทรานส์ฟอร์มงานสรรหาใน 13 วัน

มิถุนายน 19, 2026 16:38:03

สารบัญ SEO

Tags

AI Recruitment: ปฏิวัติงานสรรหาบุคลากรด้วย AI โดยไม่ทิ้งหัวใจความเป็นมนุษย์

สรุปไฮไลท์เวที คุณประกาศิต ทิตาราม | Thailand HR Tech 2026

ทุกวันนี้คำว่า AI Recruitment ไม่ใช่เรื่องไกลตัวขององค์กรอีกต่อไป เมื่อการแข่งขันแย่งชิงคนเก่งรุนแรงขึ้น ในขณะที่ทีม HR ส่วนใหญ่กลับมีคนเท่าเดิมหรือน้อยลง ภาระงานสรรหาที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์ต่อหนึ่งตำแหน่งจึงกลายเป็นคอขวดที่ทำให้องค์กรเสียคนเก่งให้คู่แข่งไปต่อหน้าต่อตา คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ควรเอา AI มาใช้ไหม” อีกแล้ว แต่เป็น “จะเริ่มตรงไหน และใช้แค่ไหนถึงจะพอดี”

 

ในงาน Thailand HR Tech 2026 ภายใต้แนวคิด HUMAN • AI HARMONY หนึ่งในเวทีที่ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง คือช่วงของคุณประกาศิต ทิตาราม พาผู้ฟังแกะกระบวนการสรรหาบุคลากรทีละขั้น แล้วชี้ให้เห็นว่าจุดไหน AI ช่วยทุ่นแรงได้ และจุดไหนที่ยังต้องเป็นมนุษย์เท่านั้น Thitaramgroup ได้สรุปสาระสำคัญทั้งหมดมาไว้ในบทความนี้ สำหรับคนที่พลาดงาน หรือไปฟังไม่ทัน

เริ่มจากคำถามที่ HR ทุกคนพยักหน้าตาม

คุณประกาศิตเปิดเวทีด้วยคำถามที่ตรงใจคนทำงานสายสรรหาทันที ว่ามีใครเจอปัญหาเรื่องการ Recruitment บ้าง และมีใครเริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในงาน HR แล้วหรือยัง หรือยังอยู่ในสถานะ “อยากใช้ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง”

 

คำถามที่ค้างคาใจที่สุดสำหรับหลายองค์กรคือ จะใช้ AI ไปกับงาน HR แค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอดี เพราะถ้า Automate ทั้งหมดเลยก็น่ากังวลว่าจะขาดการตรวจสอบ แต่ถ้าใช้น้อยเกินไปก็ไม่ต่างจากเดิม คำถามเหล่านี้คือโจทย์ที่เวทีตั้งใจคลี่ให้ดูตลอดทั้งช่วง โดยใช้แนวคิดเรื่อง HR Funnel หรือกระบวนการสรรหาที่ไหลจากต้นทางถึงปลายทาง เป็นแกนในการอธิบาย

Pain Point ที่แท้จริงของงาน Recruitment

ก่อนจะพูดถึง AI คุณประกาศิตพาผู้ฟังกลับมามองความจริงของงานสรรหาก่อน ว่าจุดที่ทำให้งานช้าและทีมเหนื่อยล้านั้นซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง

 

  • ภาระที่งอกขึ้นของ HR ยุคใหม่: ทุกวันนี้ HR Recruitment แทบจะต้องสวมหมวกเป็นอินฟลูเอนเซอร์ไปด้วย ทั้งบน TikTok, Social และ IG เพราะการหาคนไม่ได้จบแค่ลงประกาศแล้วนั่งรอใบสมัครอีกต่อไป แต่ต้องทำคอนเทนต์ ต้องสร้างภาพลักษณ์นายจ้างเพื่อดึงดูดคนเข้ามา

 

  • คำถามที่วัดความจริงได้ทันที: ตั้งแต่รับ Job Request เข้ามา จนถึงส่ง Shortlist ให้ผู้บริหารหรือ Hiring Manager องค์กรของคุณใช้เวลากี่วัน คำถามนี้มักทำให้หลายคนเงียบ เพราะตัวเลขจริงมักยาวกว่าที่คิด

 

  • ของเยอะก็เป็นปัญหา ของน้อยก็เป็นปัญหา: บางองค์กรทำ Employer Marketing ได้ดีจนมีผู้สมัครหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก แต่กลับเกิดปัญหาใหม่ คือจะคัดกรองคนจำนวนมหาศาลนั้นอย่างไรให้ทันเวลา และคัดอย่างไรให้ยังยุติธรรมกับทุกคน

 

  • Gap ที่ถ่างออกเรื่อย ๆ: ยิ่งใช้เวลาหาคนที่ตรงกับตำแหน่งนานเท่าไหร่ ความต้องการใหม่ก็ยิ่งแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ช่องว่างระหว่างตำแหน่งที่ต้องเติมกับคนที่หาได้จริงยิ่งกว้างขึ้นทุกวัน

 

คุณประกาศิตย้ำว่า ก่อนจะลงมือแก้อะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหา Bottleneck หรือคอขวดให้เจอก่อน ว่าขั้นตอนไหนกินเวลามากที่สุด และที่มันกินเวลานั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่

จุดที่เห็นชัดเจนคือขั้นตอนหลังการสกรีนเบื้องต้น ที่ทีมต้องไล่อ่าน Resume ทีละใบ และในขั้นตอนสัมภาษณ์ ที่มักจดไฮไลท์กันสั้น ๆ พอส่งต่อให้คนถัดไปสัมภาษณ์รอบสอง คำถามก็มักวนกลับไปถามซ้ำเหมือนรอบแรก ทำให้เสียเวลาและเปรียบเทียบผู้สมัครได้ยาก เพราะแต่ละคนถูกถามด้วยคำถามที่ไม่เหมือนกัน

ทางออกคือ ต้องมีชุดคำถามที่เป็นมาตรฐาน เป็นไกด์รีวิวที่ทุกคนในทีมใช้เหมือนกัน เพื่อให้การเปรียบเทียบผู้สมัครเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมและวัดผลได้จริง

หัวใจของเวที: แบ่งให้ชัด อะไรคนทำ อะไร AI ทำ

ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของเวทีนี้ คือกรอบความคิดที่แบ่งงานในกระบวนการสรรหาออกเป็น 6 เรื่อง แล้วแยกอย่างชัดเจนว่า 3 เรื่องต้องเป็นหน้าที่ของคน และอีก 3 เรื่องให้ AI เข้ามาช่วย แนวคิดนี้ตอบคำถามตั้งต้นของเวทีได้ตรงที่สุด ว่าจะใช้ AI แค่ไหนถึงจะพอดี

3 งานที่ “คน” ต้องทำ เพราะ AI แทนไม่ได้

  • ตั้งโจทย์ให้ชัด: การกำหนดว่าจริง ๆ แล้วองค์กรต้องการคนแบบไหน เป็นงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจบริบทธุรกิจและวัฒนธรรมองค์กร ซึ่ง AI ไม่มีทางรู้ได้เองถ้าคนไม่ป้อนให้
  • สัมภาษณ์เพื่อค้นหาความจริง: การอ่านคน อ่านแววตา อ่านสิ่งที่อยู่นอกเหนือตัวอักษรใน Resume และจับสัญญาณว่าผู้สมัครเหมาะกับทีมหรือไม่ ยังเป็นทักษะที่ต้องใช้มนุษย์สัมผัสมนุษย์
  • ตัดสินใจขั้นสุดท้าย: การเลือกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เป็นการตัดสินใจที่มีผลต่อคนและทีมในระยะยาว ความรับผิดชอบนี้ต้องอยู่ในมือของคนเสมอ ไม่ใช่ปล่อยให้อัลกอริทึมตัดสินแทน

3 งานที่ “AI” ช่วยได้ดีและควรให้ช่วย

  • Prepare – เตรียมข้อมูลที่จำเป็น: AI ช่วยรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูลผู้สมัคร สรุปประเด็นสำคัญจาก Resume จำนวนมากให้พร้อมพิจารณา ลดเวลาที่คนต้องไล่อ่านเองทีละใบ
  • Compare – เปรียบเทียบอย่างรอบด้านและยุติธรรม: AI สามารถเทียบผู้สมัครหลายคนบนเกณฑ์เดียวกันได้พร้อมกัน โดยไม่เผลอใช้อคติส่วนตัวเหมือนที่มนุษย์อาจทำโดยไม่รู้ตัว ทำให้การคัดเลือกโปร่งใสและเป็นธรรมขึ้น
  • Explain – อธิบายเหตุผลอย่างชัดเจนและโปร่งใส: AI ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมผู้สมัครคนนี้ถึงได้คะแนนแบบนี้ อ้างอิงจากข้อมูลจริง ทำให้การตัดสินใจของทีมมีหลักฐานรองรับ และสื่อสารกับ Hiring Manager ได้ง่ายขึ้น

 

แต่สิ่งที่คุณประกาศิตเน้นย้ำคือ การจะให้คนกับ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น องค์กรต้องมี Framework หรือกรอบการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างทำ หรือโยนทุกอย่างให้ AI โดยไม่มีคนกำกับ

Roadmap จริง: ทรานส์ฟอร์มกระบวนการสรรหาภายใน 13 วัน

ส่วนที่ทำให้เวทีนี้ “เอาไปใช้ได้จริง” ไม่ใช่แค่ฟังแล้วจบ คือการที่คุณประกาศิตวาง Timeline การทรานส์ฟอร์มกระบวนการสรรหาให้ดูเป็นขั้นเป็นตอน แบ่งเป็น 4 ช่วงภายในเวลาประมาณ 13 วัน

 

วันที่ 1–3 | เข้าใจปัญหาและเครื่องมือ

เริ่มจากการวาด Funnel การสรรหาในปัจจุบันของตัวเองออกมาให้เห็นภาพ หา Bottleneck ให้เจอว่าติดตรงไหน แล้วแยกงานใหญ่ออกเป็น Subtask ย่อย ๆ จุดสำคัญที่คุณประกาศิตย้ำคือ อย่าเพิ่งเริ่มจากการเลือก Tool เพราะถ้ายังไม่เข้าใจปัญหาของตัวเอง เครื่องมือที่ดีแค่ไหนก็แก้ไม่ตรงจุด

 

วันที่ 4–7 | วางเกณฑ์การคัดเลือกให้คม

แปลง Requirement ที่ได้จากต้นทางให้กลายเป็น JD หรือคำอธิบายงานที่ชัดเจน กำหนด Criteria ในการคัดเลือกให้เป็นรูปธรรม และสร้าง Scoring Rubric หรือเกณฑ์การให้คะแนน เพื่อให้ทุกคนในทีมประเมินผู้สมัครบนมาตรฐานเดียวกัน ขั้นตอนนี้คือรากฐานที่ทำให้ AI ทำงานได้แม่นยำในขั้นต่อไป

 

วันที่ 8–10 | ให้ AI เข้ามาช่วยทุ่นแรง

เมื่อเกณฑ์ชัดแล้ว จึงให้ AI เข้ามาช่วยอ่าน Resume สรุปเป็น Candidate Profile ทำ Fit-Gap Analysis เพื่อดูว่าผู้สมัครแต่ละคนตรงและขาดอะไรเมื่อเทียบกับเกณฑ์ และช่วยสร้าง Interview Guide หรือชุดคำถามสัมภาษณ์มาตรฐานให้ทีมใช้ร่วมกัน

 

วันที่ 11–13 | เปรียบเทียบและปิดงาน

ขั้นสุดท้ายคือทำ Candidate Comparison เปรียบเทียบผู้สมัครทั้งหมด สร้าง Shortlist พร้อมเหตุผลประกอบที่ชัดเจน จากนั้นนำไป Review ร่วมกับ Hiring Manager แล้วปรับ Criteria ให้แม่นยำขึ้นในรอบถัดไป คุณประกาศิตเน้นว่าการทำ Guide List ให้ดีตั้งแต่ต้น คือกุญแจสำคัญที่ทำให้กระบวนการเดินไปสู่ขั้นตอนต่อไปได้อย่างราบรื่น

บทสรุป: AI ไม่ได้มาแทน HR แต่มาทำให้ HR เก่งขึ้น

ภาพสุดท้ายที่คุณประกาศิตวางไว้ชัดเจนมาก คือ AI กับคนต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แทนที่กัน โดย AI ทำหน้าที่ช่วยจัดโครงสร้างให้ชัดเจน ส่วนคนมีหน้าที่เตรียมข้อมูลที่ AI ทำเองไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบริษัท JD หรือสิ่งที่องค์กรต้องการจริง ๆ จากนั้น AI จะช่วยปรับแต่ง Criteria ให้ แต่สุดท้ายคนยังต้องเป็นผู้ Custom ทุกอย่างให้ตรงกับวัฒนธรรมเฉพาะตัวขององค์กร

AI ไม่ได้มาแทน HR แต่มันทำให้เราทำงานเก่งขึ้น ฉลาดขึ้น และลดเวลาลง — Work Smart, Make More Efficiency

นี่คือหัวใจของแนวคิด HUMAN • AI HARMONY ที่เป็นธีมของงาน Thailand HR Tech 2026 ทั้งหมด นั่นคือความสมดุลระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอาศัยการออกแบบอย่างตั้งใจ และ HR คือคนที่ต้องเป็นผู้ออกแบบความสมดุลนั้น

ก่อนที่ตัวเลขเล็กๆ จะกลายเป็นค่าปรับก้อนใหญ่ ทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมช่วยคุณประเมินและปิดช่องโหว่ทุกจุด

Tags

บทความที่คุณอาจสนใจ

สรุปแนวคิด AI Recruitment จากเวทีคุณประกาศิต ทิตาราม ในงาน Thailand HR Tech 2026 แบ่งชัดงานไหนคนทำ งานไหน AI ช่วย พร้อม Roadmap ทรานส์ฟอร์มงานสรรหาใน 13 วัน
รวมทุก insight จากเวที PMAT Thailand HR Tech 2026 Day 1 ว่าด้วย Human AI Harmony เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน HR
ปี 2569 เพดานประกันสังคมเปลี่ยน หากยังใช้สูตรเดิม เสี่ยงคำนวณผิดทุกเดือน บริการจัดทำเงินเดือนจาก Thitaram ปิดความเสี่ยงค่าปรับและโทษทางกฎหมายให้ครบ

Follow channel

เสริมกำลังทีม เพิ่มกำไร
ลดภาระ HR

ลดปัญหาในการจัดการพนักงาน เพิ่มกำลังผลิต เสริมทีมขาย พร้อมผู้เชี่ยวชาญดูแลครบทุกขั้นตอน

Call-to-action 1