เลือก "บริษัท จัดหา พนักงาน Outsource" เจ้าไหนดี? 5 เกณฑ์ + 10 คำถามก่อนเซ็นสัญญา
สรุปจบในที่เดียว: 5 เกณฑ์หลักในการเลือกบริษัท จัดหา พนักงาน Outsource
บริษัทจัดหาพนักงาน Outsource ที่ดีควรผ่าน 5 เกณฑ์ นี้ก่อนที่คุณจะเซ็นสัญญา:
- ประสบการณ์และฐานข้อมูลพนักงาน (Talent Pool): เคยส่งคนให้ธุรกิจแบบเดียวกับคุณ และมีคนพร้อมส่งจริงตามจำนวนที่ต้องการ
- ระบบคัดกรองและอบรมก่อนส่งเข้างาน: คัดบุคลิกและทักษะ ไม่ใช่แค่ส่งรายชื่อ
- การรับประกันและทีมสแตนด์บาย: เมื่อคนขาดหรือเทงาน มีคนทดแทนภายในเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา
- การดูแลกฎหมาย ประกันสังคม และสัญญาจ้าง: เอกสารครบ จ่ายสิทธิถูกต้อง ไม่ทิ้งความเสี่ยงให้ผู้ว่าจ้าง
- ความโปร่งใสของราคา: แยกค่าแรง ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่นให้เห็นชัดตั้งแต่ใบเสนอราคา
ถ้าบริษัทไหนตอบ 5 ข้อนี้ไม่ได้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนไว้ก่อน
พนักงาน Outsource คืออะไร? ต่างจากการจ้างเองอย่างไร
พนักงาน Outsource คือพนักงานที่สังกัดบริษัทผู้ให้บริการ ส่งเข้ามาทำงานในหน้างานของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างจ่ายเป็นค่าบริการให้บริษัท Outsource ส่วนบริษัท Outsource เป็นผู้จ้าง จ่ายค่าจ้าง ดูแลประกันสังคม และบริหารบุคลากรเอง
| รูปแบบการจ้าง | ต้นทุนระยะยาว | ความยืดหยุ่นในการปรับกำลังคน | ภาระงาน HR & กฎหมาย |
|---|---|---|---|
| จ้างประจำ (Full-time) | คงที่ตลอดปี แม้ช่วงงานเบา มีต้นทุนสรรหา อบรม และสวัสดิการ | ต่ำ ลด/เพิ่มคนต้องผ่านขั้นตอนสรรหาและเลิกจ้าง | สูง ผู้ว่าจ้างดูแลทั้งหมด |
| จ้างพาร์ทไทม์เอง (Part-time Direct) | ต่ำเมื่อใช้คนน้อย แต่หาคนใหม่บ่อยทำให้ต้นทุนแฝงสูง | ปานกลาง ขึ้นกับว่าหาคนได้ทันหรือไม่ | ปานกลางถึงสูง ต้องทำสัญญา เอกสาร และจัดการเวลาเอง |
| จ้างผ่านบริษัท Outsource | จ่ายตามจำนวนคนและช่วงเวลาที่ใช้ ประมาณงบได้ง่าย | สูง ปรับจำนวนคนตามฤดูกาลหรืองานอีเว้นท์ได้ | ต่ำกว่า บริษัท Outsource ดูแลงานเอกสาร ประกันสังคม และการบริหารคน |
ร้านอาหารและอีเว้นท์ ต้องการพนักงาน Outsource ต่างจากโรงงานอย่างไร?
งานร้านอาหารและอีเว้นท์ขึ้นกับ จังหวะ และ บุคลิกภาพหน้างาน ส่วนงานโรงงานและคลังสินค้าขึ้นกับ ความต่อเนื่องของไลน์ และ ทักษะเฉพาะทาง เกณฑ์เลือกบริษัทจึงเน้นคนละจุด
| ปัจจัย | ร้านอาหาร & อีเว้นท์ (Retail/Hospitality/Event) | โรงงานอุตสาหกรรม & คลังสินค้า (Manufacturing/Logistics) |
|---|---|---|
| ความเร็วในการส่งคน | ต้องเร็วและแม่นยำ มักต้องการล่วงหน้าไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ เช่น ช่วง Hi Season ปลายปี | ต้องเติมคนจำนวนมากในรอบสั้น เพื่อไม่ให้ไลน์ผลิตสะดุด |
| ทักษะที่ต้องการ | การบริการ การสื่อสาร การเชียร์ขาย บุคลิกภาพ | ความละเอียด ระเบียบวินัย ความปลอดภัย และทักษะเฉพาะสาย |
| ระยะเวลาการจ้าง | ผันแปรสูง ตั้งแต่รายวัน รายอีเว้นท์ ไปจนถึงรายเดือน | ค่อนข้างยาวกว่า ตามรอบการผลิตหรือสัญญาแบบรายเดือนถึงรายปี |
| การบริหารหน้างาน | ต้องมี supervisor ดูแลหลายสาขาหรือหลายพื้นที่พร้อมกัน | ต้องมีหัวหน้างานและระบบเวลาเข้า-ออก ที่เชื่อมกับตารางกะของโรงงาน |
| อัตราเข้า-ออกของคน | มักสูง จึงต้องมีทีมสำรอง | มีทั้งสูงและต่ำ ขึ้นกับประเภทงานและทำเล |
5 เกณฑ์สำคัญในการเลือก “บริษัท จัดหา พนักงาน Outsource” ให้ไม่โดนเท
1. ประสบการณ์และฐานข้อมูลพนักงาน (Talent Pool)
อย่าดูแค่ว่า “ทำมากี่ปี” ให้ถามต่อว่าเคยส่งคนให้ธุรกิจประเภทเดียวกับคุณหรือไม่ และจำนวนมากสุดที่เคยส่งพร้อมกันคือเท่าไร ร้านอาหารหลายสาขาและงานอีเว้นท์ต้องการคนเฉพาะช่วง บริษัทที่มีฐานข้อมูลผู้สมัครพร้อมใช้จะตอบสนองได้เร็วกว่าบริษัทที่เริ่มประกาศหาคนหลังได้รับใบสั่ง
วิธีเช็ก: ขอตัวอย่างงานที่คล้ายกัน ขอคุยกับลูกค้าอ้างอิง และถามว่าตำแหน่งที่คุณต้องการมีคนพร้อมส่งกี่คนภายในกี่วัน
2. ระบบการคัดกรองและฝึกอบรมก่อนส่งเข้าทำงาน (Screening & Onboarding)
งานหน้าร้านและงานเชียร์ขายตัดสินกันที่บุคลิกและการสื่อสาร บริษัทที่ดีต้องมีขั้นตอนคัดกรองชัดเจน เช่น สัมภาษณ์ ตรวจเอกสาร ประเมินบุคลิกภาพ และอบรมก่อนเข้างาน ให้พนักงานรู้ทั้งตัวสินค้า มาตรฐานบริการ และกฎของหน้างานที่จะไปประจำ
วิธีเช็ก: ขอดูแบบประเมินหรือหลักสูตรอบรมจริง และถามว่าใครเป็นผู้อบรม ใช้เวลาเท่าไร
3. การรับประกันและทีมสแตนด์บายทดแทนคนขาด (Replacement Guarantee)
พนักงานลาป่วยหรือไม่มาในวันสำคัญเกิดขึ้นได้กับทุกที่ สิ่งที่แยกบริษัทดีออกจากบริษัทธรรมดาคือ มีคนสำรองพร้อมหรือไม่ และใช้เวลาเท่าไรกว่าจะถึงหน้างาน
วิธีเช็ก: ให้ระบุเวลาทดแทนเป็นตัวเลขในสัญญา (เช่น ภายในกี่ชั่วโมงสำหรับงานรายวัน) พร้อมเงื่อนไขชัดเจนหากทดแทนไม่ได้
4. การดูแลเรื่องกฎหมาย ประกันสังคม และสัญญาจ้าง (Compliance & Labor Law)
ผู้ว่าจ้างไม่ได้หลุดจากความรับผิดชอบทั้งหมดเมื่อจ้างผ่าน Outsource โดยเฉพาะเรื่องสิทธิและสวัสดิการที่เป็นธรรม (อ่านรายละเอียดในหัวข้อกฎหมายด้านล่าง) บริษัทที่เชื่อถือได้ควรแสดงหลักฐานการนำส่งประกันสังคม สัญญาจ้างที่ชัดเจน และบันทึกเวลาทำงานที่ตรวจสอบได้
5. ความโปร่งใสของโครงสร้างราคาและค่าบริการ (Transparent Pricing Structure)
ใบเสนอราคาที่ดีแยกบรรทัดชัดเจน เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าบริการจัดการ ค่าล่วงเวลา ค่าทดแทนคน และค่าใช้จ่ายพิเศษอื่นๆ ถ้ามีแค่ “ราคาต่อหัว” ตัวเดียวโดยไม่บอกว่ารวมอะไรบ้าง ให้ถามให้ครบก่อนเซ็น
⭐ 10 คำถามต้องถามก่อนเซ็นสัญญากับบริษัท Outsource
| # | คำถามสำคัญที่ต้องถาม | ทำไมต้องถามคำถามนี้ | สัญญาณอันตราย (Red Flag) |
|---|---|---|---|
| 1 | เคยส่งคนให้ธุรกิจแบบเราหรือไม่ ขอลูกค้าอ้างอิงได้ไหม | ประสบการณ์ตรงลดความเสี่ยงที่คนจะไม่เข้าใจหน้างาน | ตอบกว้างๆ ไม่มีตัวอย่าง ไม่ยอมให้ติดต่อลูกค้าอ้างอิง |
| 2 | ถ้าต้องการคนเพิ่มกะทันหัน ส่งได้ภายในกี่วัน กี่คน | วัดกำลังจริงของ Talent Pool | ไม่ระบุตัวเลข หรือตอบว่า “ได้หมด” โดยไม่ถามรายละเอียดงาน |
| 3 | คัดกรองและอบรมพนักงานอย่างไรก่อนส่งเข้างาน | คุณภาพหน้างานเริ่มจากขั้นตอนนี้ | ไม่มีขั้นตอนเป็นระบบ ส่งรายชื่อให้เลือกอย่างเดียว |
| 4 | ถ้าพนักงานขาดหรือเทงาน ทดแทนภายในกี่ชั่วโมง | คนขาดหน้างานกระทบยอดขายและภาพลักษณ์ทันที | ไม่มีทีมสำรอง ไม่ยอมใส่เวลาทดแทนในสัญญา |
| 5 | มี supervisor ดูแลหน้างานหรือไม่ รายงานผลอย่างไร | ผู้ว่าจ้างไม่ต้องไล่ติดตามพนักงานเอง | ไม่มีผู้ดูแล ต้องให้ผู้ว่าจ้างจัดการทุกอย่าง |
| 6 | ระบบบันทึกเวลาและคำนวณค่าจ้างทำอย่างไร ตรวจสอบย้อนหลังได้ไหม | ลดข้อพิพาทเรื่องชั่วโมงทำงานและค่าล่วงเวลา | ใช้กระดาษหรือแชทอย่างเดียว ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ |
| 7 | นำส่งประกันสังคมครบหรือไม่ ขอหลักฐานได้ไหม | ความเสี่ยงด้านกฎหมายกระทบชื่อผู้ว่าจ้างด้วย | ไม่ยอมแสดงหลักฐาน หรืออ้างว่าเป็นความลับ |
| 8 | โครงสร้างราคาประกอบด้วยอะไรบ้าง มีค่าแฝงหรือไม่ | ป้องกันบิลบานปลายภายหลัง | ราคาต่อหัวเดียว ไม่แยกรายการ ค่าเพิ่มโผล่หลังเซ็น |
| 9 | เงื่อนไขยกเลิกสัญญาและเปลี่ยนจำนวนคนเป็นอย่างไร | ธุรกิจร้านอาหารและอีเว้นท์ต้องการความยืดหยุ่น | ล็อกสัญญายาว ปรับจำนวนคนไม่ได้ ค่าปรับยกเลิกสูง |
| 10 | ใครรับผิดชอบหากพนักงานทำของเสียหายหรือเกิดอุบัติเหตุหน้างาน | ตกลงความรับผิดล่วงหน้าดีกว่าถกเถียงทีหลัง | สัญญาไม่พูดถึงเลย หรือโยนความรับผิดทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้าง |
Outsource คุ้มไหม? วิธีเทียบต้นทุนค่าแรงจริง vs ค่าบริการ Outsource
ต้นทุนการจ้างประจำไม่ได้มีแค่เงินเดือน ผู้บริหารหลายคนเปรียบเทียบเฉพาะ “เงินเดือน” กับ “ค่าบริการ Outsource” ทำให้เห็นภาพผิด
Hidden Costs ของการจ้างเอง
- เงินสมทบประกันสังคมฝั่งนายจ้าง: อัตรายังคงที่ 5% โดยปี 2569–2571 เพดานค่าจ้างอยู่ที่ 17,500 บาท/เดือน เงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือน infoquest
- เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง: ร่างกำหนดเฟสแรกที่ 0.25% ของค่าจ้างจากแต่ละฝ่าย และเพิ่มเป็น 0.50% เมื่อเข้าเฟสสองตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 (วันเริ่มจัดเก็บถูกเลื่อนเป็น 1 ม.ค. 2570 ตามมติ ครม. ล่าสุด) thairath
- ค่าสรรหา ค่าประกาศงาน ค่าเวลาสัมภาษณ์
- ค่าอบรมและเวลาที่พนักงานใหม่ยังทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
- ค่าบริหาร HR และงานเอกสาร
- ค่าจ้างช่วงลาป่วย ลากิจ และวันหยุดที่ต้องจ่าย
สูตรเทียบต้นทุนจริง
ต้นทุนจ้างเองต่อคนต่อปี
= (เงินเดือน x 12)
+ ประกันสังคมฝั่งนายจ้าง
+ เงินสมทบกองทุนอื่นที่กฎหมายกำหนด
+ ค่าสรรหา + ค่าอบรม
+ ค่าบริหาร HR ต่อคน
+ ค่าลา/ป่วยที่ต้องรับภาระแล้วนำไปเทียบกับ ค่าบริการ Outsource รวมทุกรายการต่อคนต่อปี ที่ได้จากใบเสนอราคาแบบแยกบรรทัด
ตัวอย่างคำนวณ (ตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธี ไม่ใช่ราคาจริงของ Thitaram)
| รายการ (ต่อคนต่อปี) | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|
| เงินเดือน 13,000 x 12 | 156,000 |
| ประกันสังคมนายจ้าง 5% (650 x 12) | 7,800 |
| ค่าสรรหา (สมมติ) | 3,000 |
| ค่าอบรม (สมมติ) | 2,000 |
| ค่าลา/ป่วยที่ต้องรับภาระ (สมมติ 5% ของเงินเดือน) | 7,800 |
| ค่าบริหาร HR ต่อคน (สมมติ) | 1,500 |
| รวม | 178,100 (ประมาณ 14,842 บาท/เดือน) |
จุดที่ต้องเทียบจริงคือ ค่าบริการ Outsource ที่ได้รับ ครอบคลุมรายการเหล่านี้กี่รายการ และมีส่วนที่ผู้ว่าจ้างยังต้องรับอีกเท่าไร ลองใส่ตัวเลขของธุรกิจคุณแทนค่าสมมติ จะเห็นว่าเมื่อธุรกิจมีช่วง Peak สั้นๆ และต้องปรับจำนวนคนบ่อย การจ่ายตามที่ใช้จริงมักควบคุมงบได้ง่ายกว่า
ข้อกฎหมายแรงงานสำคัญที่ผู้ว่าจ้าง Outsource ต้องรู้
มาตรา 11/1 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 11/1 ถูกเพิ่มเข้ามาในปี 2551 หลังมีเรื่องร้องเรียนจากลูกจ้างเหมาค่าแรงจำนวนมาก เพื่อชี้แจงสิทธิของลูกจ้างเหมาค่าแรงและหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการ หลักคิดของบทบัญญัตินี้มาจากแนวนโยบายรัฐที่ต้องการให้ผู้ทำงานที่มีคุณค่าอย่างเดียวกันได้รับค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ conventuslawoja
สรุปให้เข้าใจง่าย: ผู้ว่าจ้างที่นำลูกจ้างเหมาค่าแรงมาทำงานในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน ต้องดูแลให้เขาได้รับสิทธิและสวัสดิการอย่างเป็นธรรมเมื่อเทียบกับลูกจ้างโดยตรงที่ทำงานลักษณะเดียวกัน ข้อกำหนดนี้ใช้กับลูกจ้างเหมาค่าแรงที่ทำงานในกระบวนการผลิตหรือในธุรกิจที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบกิจการผู้ว่าจ้าง hsfkramer
วิธีป้องกันความเสี่ยงของผู้ว่าจ้าง
- ระบุในสัญญาให้ชัดว่าบริษัท Outsource เป็นผู้จ่ายค่าจ้าง นำส่งประกันสังคม และดูแลสวัสดิการตามกฎหมาย
- ขอสิทธิตรวจสอบเอกสารการนำส่งประกันสังคมและบันทึกเวลาทำงานได้
- กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและสภาพการทำงานหน้างานให้ชัด
- ทบทวนสัญญากับฝ่ายกฎหมายหรือที่ปรึกษาก่อนลงนาม เพราะในทางปฏิบัติผู้ประกอบกิจการหลายรายยังขาดแนวทางชัดเจนว่าตนต้องรับผิดในขอบเขตไหนหากไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11/1 hsfkramer
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย
สัญญาณเตือน: เมื่อไหร่ที่องค์กรของคุณ “ยังไม่ควร” ใช้ Outsource
Outsource ไม่ได้เหมาะกับทุกงาน ควรชะลอหรือใช้เฉพาะบางส่วน เมื่อ:
- งานที่เป็นความลับหรือ Core Competency ขององค์กร เช่น สูตรเฉพาะหรือข้อมูลที่ไม่ควรให้คนนอกสายงานเข้าถึง
- งานที่ต้องสะสม Know-how ระยะยาว ถ้าคนเปลี่ยนบ่อยจะสูญเสียความรู้ที่ควรอยู่ในองค์กร
- ตำแหน่งที่ต้องสร้างวัฒนธรรมและความผูกพันกับแบรนด์โดยตรง เช่น ผู้จัดการสาขาหรือหัวหน้าทีมหลัก
- ยังไม่มีมาตรฐานงานที่เขียนเป็นเอกสาร บริษัท Outsource ทำงานตามมาตรฐานที่ตกลงกัน ถ้าตัวเองยังไม่ชัดว่าอยากได้อะไร ควรวางมาตรฐานก่อน
Thitaram Group ช่วยดูแลพนักงาน Outsource สำหรับร้านอาหารและอีเว้นท์อย่างไร?
Thitaram Group ให้บริการ Manpower & HR Solutions มากว่า 30 ปี ดูแลทั้งงานโรงงานและค้าปลีก สำหรับร้านอาหารและอีเว้นท์ เรามีแนวทางดังนี้
- Promo Lady / PC / BA / Staff สำหรับร้านอาหารและอีเว้นท์: คัดกรองบุคลิกภาพ และอบรมทักษะการบริการและการเชียร์ขายก่อนส่งเข้าหน้างาน
- ทีม Standby พร้อมเปลี่ยนคน: รองรับกรณีคนขาดหน้างานฉุกเฉิน
- การบริหารคนแบบครบวงจร: มี supervisor ติดตามหน้างาน พร้อมระบบ Attendance และ Payroll ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดภาระงาน HR ของฝั่งผู้ว่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โดยทั่วไปคิดจากค่าจ้างพนักงานบวกค่าบริการจัดการ ซึ่งอาจเป็นอัตราคงที่ต่อคนหรือเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ราคาที่แท้จริงขึ้นกับประเภทงาน จำนวนคน ระยะเวลา และเงื่อนไขการทดแทนคน ควรขอใบเสนอราคาแบบแยกรายการเสมอ
บริษัทที่ดีมีทีมสำรองและกำหนดเวลาทดแทนไว้ในสัญญา ควรถามให้ชัดว่าทดแทนภายในกี่ชั่วโมง และเกิดอะไรขึ้นหากทดแทนไม่ได้ตามกำหนด
สัญญาบริการระหว่างบริษัทกับผู้ว่าจ้างมักกำหนดตามความต้องการของงาน เช่น รายวันหรือรายอีเว้นท์สำหรับงานชั่วคราว และรายเดือนสำหรับร้านที่ต้องการต่อเนื่อง ขอให้ตรวจเงื่อนไขขั้นต่ำและค่าปรับยกเลิกก่อนลงนาม และควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสัญญาด้วย
ปกติบริษัท Outsource ในฐานะนายจ้างเป็นผู้นำส่งประกันสังคมและดูแลภาษีของพนักงานเอง แต่ผู้ว่าจ้างยังควรขอหลักฐานการนำส่ง และต้องดูแลให้สิทธิและสวัสดิการเป็นธรรมตามมาตรา 11/1 เพื่อลดความเสี่ยงของตัวเอง
ขอคำปรึกษาและใบเสนอราคาจาก Thitaram Group
ถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบบริษัท Outsource สำหรับร้านอาหาร อีเว้นท์ หรือโรงงาน ทีม Thitaram Group ช่วยประเมินจำนวนคน ตำแหน่ง และงบประมาณให้ตรงกับงานของคุณได้ ติดต่อขอคำปรึกษาหรือใบเสนอราคาได้ที่