กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 นายจ้างต้องเตรียมอะไรก่อน 1 ต.ค. เช็กลิสต์ HR ฉบับเข้าใจง่าย

สำหรับเจ้าของธุรกิจและฝ่าย HR ที่ต้องเตรียมตัวรับกฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สรุปเกณฑ์บังคับ อัตราเงินสมทบ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม ก่อนมีผล 1 ตุลาคม 2569

สิงหาคม 28, 2026 13:08:04

สารบัญ SEO

Tags

Other

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 นายจ้างต้องเตรียมอะไรก่อน 1 ต.ค. เช็กลิสต์ HR ฉบับเข้าใจง่าย

  • สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ **10 คนขึ้นไป**

 

  • ลูกจ้างที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว (ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพครอบคลุมพนักงานอยู่แล้ว ไม่ต้องนำส่งซ้ำ)

 

  • ธุรกิจที่มีการเข้า-ออกพนักงานบ่อย เช่น retail, warehouse, การผลิต ควรตรวจสอบเป็นพิเศษเพราะฐานลูกจ้างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

อัตราเงินสมทบที่นายจ้างต้องนำส่ง

  • นายจ้างสมทบ **0.25%** ของค่าจ้าง
  • หักเงินสะสมจากลูกจ้าง **0.25%** ของค่าจ้าง

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป อัตราจะปรับเพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง นายจ้างควรวางแผนปรับระบบ Payroll ให้รองรับการเปลี่ยนอัตรานี้ล่วงหน้า ไม่ใช่รอปรับตอนกฎหมายมีผลจริง

ขั้นตอนที่ HR ต้องเตรียมก่อน 1 ต.ค. 2569

1. **ตรวจสอบว่าบริษัทเข้าเกณฑ์บังคับหรือไม่** — นับจำนวนลูกจ้างและเช็คว่ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพครอบคลุมอยู่แล้วหรือไม่
2. **ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ** กับหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก่อนถึงกำหนดบังคับใช้
3. **ปรับระบบ Payroll** ให้รองรับการหักเงินสะสม 0.25% และคำนวณเงินสมทบฝ่ายนายจ้างอัตโนมัติ
4. **แจ้งพนักงานล่วงหน้า** ว่าจะมีรายการหักใหม่ในสลิปเงินเดือน พร้อมอธิบายว่าคืออะไร เพื่อลดคำถามและความสับสน
5. **จัดเตรียมเอกสารสำหรับกรณีลูกจ้างพ้นสภาพ** เพื่อให้กระบวนการจ่ายเงินคืนลูกจ้างเป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อถึงเวลา

ความเสี่ยงถ้าไม่ปฏิบัติตาม

การไม่ขึ้นทะเบียนหรือไม่นำส่งเงินสมทบตามกำหนดถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งมีบทลงโทษตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากความเสี่ยงทางกฎหมายแล้ว ยังกระทบความเชื่อมั่นของพนักงานต่อองค์กรโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาแรงงานหมุนเวียนสูงอย่าง retail หรือ event staffing ที่พนักงานเข้า-ออกบ่อย ยิ่งต้องมีระบบที่แม่นยำเพื่อไม่ให้ตกหล่น

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เทียบกับภาระผูกพันอื่นที่นายจ้างต้องดูแล

 

หัวข้อ

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ประกันสังคม

ภาคบังคับ

บังคับสำหรับสถานประกอบการที่เข้าเกณฑ์

สมัครใจ

บังคับทุกสถานประกอบการ

ภาระนายจ้าง

สมทบ 0.25% เริ่มต้น (ปรับเป็น 0.5% ปี 2574)

ตามข้อบังคับกองทุนที่ตั้งเอง

ตามฐานเงินเดือน+เพดานกฎหมาย

ผลต่อ HR/Payroll

ต้องขึ้นทะเบียน + ปรับระบบหักเงินใหม่

ต้องจัดตั้งกองทุนและบริหารเอง

ระบบมีอยู่แล้วในทุกองค์กร

ความเสี่ยงถ้าไม่ทำ

ผิดกฎหมายแรงงาน มีบทลงโทษ

ไม่มีข้อผูกพันตามกฎหมาย (สมัครใจ)

ผิดกฎหมายประกันสังคม

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • บริษัทที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 10 คน ต้องดำเนินการไหม

โดยหลักการไม่เข้าเกณฑ์บังคับ แต่ควรติดตามประกาศล่าสุดของกระทรวงแรงงานเผื่อมีการปรับเกณฑ์ในอนาคต

  • ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ต้องนำส่งเงินกองทุนนี้เพิ่มไหม

ไม่ต้อง เพราะถือว่าลูกจ้างได้รับความคุ้มครองลักษณะเดียวกันแล้วผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

  • ธุรกิจที่มีพนักงาน Outsource หรือ Staffing ต้องดูแลเรื่องนี้เองไหม

หากใช้บริการ Outsourcing ผ่านผู้ให้บริการ HR Solutions ภาระการขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบมักถูกดูแลโดยผู้ให้บริการในฐานะนายจ้างตามสัญญาจ้าง ควรตรวจสอบรายละเอียดกับผู้ให้บริการที่ใช้อยู่ให้ชัดเจน

  • ต้องปรับระบบ Payroll เมื่อไหร่

ควรเริ่มปรับล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อน 1 ตุลาคม 2569 เพื่อให้มีเวลาทดสอบระบบและแจ้งพนักงานก่อนรายการหักเงินใหม่จะเริ่มขึ้นจริง

ดูรายละเอียดบริการแต่ละประเภทเพิ่มเติม:

Tags

Other

บทความที่คุณอาจสนใจ

หลายธุรกิจใช้คำว่า HR กับ Recruitment สลับกันจนสับสน บทความนี้แยกให้ชัดพร้อมช่วยตัดสินใจว่าธุรกิจคุณควรมีทีมไหนก่อน
สำหรับเจ้าของธุรกิจและฝ่าย HR ที่ต้องเตรียมตัวรับกฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สรุปเกณฑ์บังคับ อัตราเงินสมทบ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม ก่อนมีผล 1 ตุลาคม 2569
สำหรับลูกจ้างทุกคนที่อยากรู้ว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร ใครมีสิทธิ์ จ่ายเท่าไหร่ และได้เงินคืนตอนไหน สรุปครบก่อนกฎหมายมีผล 1 ตุลาคม 2569

Follow channel

เสริมกำลังทีม เพิ่มกำไร
ลดภาระ HR

ลดปัญหาในการจัดการพนักงาน เพิ่มกำลังผลิต เสริมทีมขาย พร้อมผู้เชี่ยวชาญดูแลครบทุกขั้นตอน

Call-to-action 1