“ผู้บริหารต้องการคนขับรถด่วนภายในสัปดาห์นี้” — ประโยคนี้คุ้นหูฝ่าย HR และเลขานุการหลายคนเป็นอย่างดี และทุกครั้งที่โจทย์นี้มาถึงมือ ปัญหาที่ตามมาก็มักจะซ้ำเดิม
หาคนขับรถเองผ่านประกาศงานทั่วไป ได้ใบสมัครมาเยอะ แต่ไม่รู้จะเช็กประวัติยังไงให้มั่นใจ ยิ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องขับรถให้ผู้บริหารระดับสูง ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่เรื่องอุบัติเหตุบนถนน แต่รวมถึงความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการรักษาความลับ และภาพลักษณ์ขององค์กรที่ติดไปกับทุกครั้งที่รถแล่นออกจากบริษัท
ที่หนักกว่านั้นคือ ต่อให้หาคนขับได้แล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องคนขับลาออกกะทันหัน ลาป่วยแล้วไม่มีคนสำรอง หรือขับรถได้แต่ไม่มีความรู้เรื่องเส้นทาง มารยาทการดูแลผู้โดยสาร VIP จนกลายเป็นภาระที่ HR ต้องมาตามแก้ปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมการเลือกพนักงานขับรถถึงสำคัญกว่าที่คิด มีปัจจัยอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา และควรเช็กอะไรภายในองค์กรก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ Driver Outsourcing
หลายองค์กรมองว่าตำแหน่งพนักงานขับรถเป็นแค่ “งานสนับสนุน” ที่ไม่ต้องคัดกรองมาก แต่ในความเป็นจริง ความเสี่ยงบนท้องถนนของไทยสูงกว่าที่หลายคนคิด องค์การอนามัยโลกเคยจัดอันดับให้ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับที่ 9 ของโลก (WHO, ข้อมูลปี 2018) ซึ่งสะท้อนว่าความเสี่ยงบนถนนไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับองค์กรที่มีรถและคนขับใช้งานทุกวัน
อีกมุมที่หลายฝ่าย HR มองข้ามคือประเด็นกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 นายจ้างต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่ลูกจ้างก่อขึ้นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ นั่นหมายความว่าหากพนักงานขับรถที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองอย่างรัดกุมเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถให้บริษัท ความรับผิดชอบไม่ได้จบแค่ที่ตัวคนขับ แต่โยงมาถึงองค์กรโดยตรง
นอกจากมิติความเสี่ยงแล้ว พนักงานขับรถผู้บริหารยังเป็นตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับข้อมูลภายในมากกว่าที่คิด ทั้งตารางนัดหมาย เส้นทางการเดินทาง และบทสนทนาระหว่างการเดินทาง การเลือกคนที่ขาดวุฒิภาวะหรือไม่มีทัศนคติที่เหมาะสมจึงมีความเสี่ยงมากกว่าแค่เรื่องการขับรถ
การอบรมพนักงานขับรถ
ก่อนพูดถึงปัจจัยการเลือก ควรเข้าใจก่อนว่าตามกฎหมายไทย พนักงานขับรถที่ขับให้ผู้อื่นในเชิงพาณิชย์หรือรับจ้างต้องมีใบขับขี่ประเภท ท. (ทุกประเภท/สาธารณะ) ซึ่งกรมการขนส่งทางบกกำหนดคุณสมบัติไว้ค่อนข้างเข้มงวด ได้แก่
- อายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์
- ต้องถือใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปีมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เช่น ตาบอดสี สายตาทางกว้าง สายตาทางลึก และการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนอง
- ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากกรมการขนส่งทางบก
นี่คือมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมาย แต่สำหรับตำแหน่งที่ต้องขับรถให้ผู้บริหารระดับสูงหรือดูแลบุคคลสำคัญ องค์กรควรมองหาคนขับที่ผ่านการอบรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ เช่น หลักสูตรขับขี่ปลอดภัยเชิงป้องกัน (Defensive Driving) มารยาทและระเบียบปฏิบัติในการดูแลผู้โดยสาร VIP ความรู้เบื้องต้นเรื่องปฐมพยาบาล และความเข้าใจเรื่องเส้นทางกับสภาพจราจรในพื้นที่ที่ต้องใช้งานบ่อย
5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกพนักงานขับรถที่เหมาะสม
1. ใบขับขี่ที่ถูกต้องตามลักษณะงาน
ตรวจสอบให้ชัดว่าใบขับขี่ที่ถืออยู่ตรงกับประเภทรถและลักษณะงานจริง ไม่ใช่แค่มีใบขับขี่ส่วนบุคคลทั่วไป
2. ประวัติการขับขี่และประวัติอาชญากรรมที่ตรวจสอบได้
ควรมีกระบวนการยืนยันประวัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่เชื่อคำบอกเล่าในการสัมภาษณ์
3. ประสบการณ์ที่ตรงกับรูปแบบงาน
คนขับรถให้ผู้บริหาร คนขับรับส่งพนักงานทั่วไป และคนขับรถขนส่งสินค้า ต้องการทักษะและวุฒิภาวะที่ต่างกัน ควรเลือกให้ตรงกับโจทย์จริง ไม่ใช่หาคนขับรถเก่งอย่างเดียว
4. บุคลิกภาพ มารยาท และความสามารถในการรักษาความลับ
โดยเฉพาะตำแหน่งขับรถผู้บริหาร ปัจจัยนี้สำคัญไม่แพ้ทักษะการขับรถ เพราะเป็นตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับข้อมูลภายในองค์กร
5. ระบบสำรองเมื่อคนขับลาป่วยหรือลาออกกะทันหัน
นี่คือจุดที่การจ้างพนักงานขับรถโดยตรงมักมีปัญหามากที่สุด เพราะเมื่อคนขับคนเดียวลาหรือลาออก งานก็สะดุดทันที
| ประเด็น | จ้างพนักงานขับรถเอง | ใช้บริการ Driver Outsourcing |
|---|---|---|
| การคัดกรองประวัติ | HR ต้องตรวจสอบเอง ใช้เวลาและทรัพยากรมาก | มีระบบคัดกรองและตรวจประวัติจากผู้ให้บริการ |
| ระยะเวลาในการหาคน | ขึ้นกับตลาดแรงงาน อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ | เร็วกว่า เพราะมีฐานพนักงานขับรถที่ผ่านการคัดกรองแล้ว |
| กรณีคนขับลาออกกะทันหัน | ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ทั้งหมด | ผู้ให้บริการจัดส่งคนทดแทนได้เร็วกว่า |
| ภาระด้านสวัสดิการและกฎหมายแรงงาน | องค์กรรับผิดชอบเองทั้งหมด | ผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้ |
| ความยืดหยุ่นด้านจำนวนคน | ปรับเพิ่ม-ลดยาก | ปรับตามความต้องการได้ง่ายกว่า |
ก่อนติดต่อผู้ให้บริการ Driver Outsourcing รายใด ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจนภายในองค์กรก่อน เพื่อให้สื่อสารความต้องการได้ตรงและได้คนที่ใช่ตั้งแต่รอบแรก
ต้องการคนขับสำหรับใคร ผู้บริหารระดับใด หรือใช้งานร่วมกันหลายแผนก
ลักษณะงานเป็นแบบไหน ขับประจำวันทำการ ขับเฉพาะกิจ หรือต้องพร้อมทำงานนอกเวลา
รถที่ใช้เป็นรถของบริษัทหรือให้คนขับใช้รถส่วนตัว
มีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงเพียงพอหรือยัง
งบประมาณต่อเดือนอยู่ในช่วงใด และรวมค่าล่วงเวลา/ค่าเดินทางต่างจังหวัดหรือไม่
ต้องการระบบคนขับสำรองในกรณีลาป่วยหรือลาออกกะทันหันหรือไม่
ต้องมีข้อตกลงเรื่องการรักษาความลับ (NDA) กับคนขับหรือไม่
ความเร่งด่วนในการเริ่มงานอยู่ในกรอบเวลาเท่าไหร่
เช็กลิสต์นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้กระบวนการซับซ้อนขึ้น แต่ช่วยให้ HR ประเมินได้ตั้งแต่ต้นว่าองค์กรควรจ้างพนักงานขับรถโดยตรง หรือใช้บริการ Driver Outsourcing จะตอบโจทย์และคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
สรุปเนื้อหา
ก่อนเซ็นสัญญากับบริษัทจัดหาพนักงานเจ้าไหน ให้ HR และผู้บริหารตอบคำถามภายในองค์กรให้ชัดก่อน เพื่อให้การพูดคุยกับผู้ให้บริการมีทิศทางและได้ผลลัพธ์ตรงความต้องการจริง
| หัวข้อที่ต้องเช็ก | คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อน |
|---|---|
| ขอบเขตงาน (Scope) | ต้องการสรรหากี่ตำแหน่ง ระดับไหน และต้องการแบบครั้งเดียวหรือใช้บริการต่อเนื่อง |
| ความเร่งด่วน | มี deadline ที่ต้องได้คนภายในกี่วัน และกระทบแผนธุรกิจส่วนไหนถ้าช้ากว่านั้น |
| งบประมาณ | มีกรอบงบที่อนุมัติไว้แล้วหรือยัง และเทียบกับต้นทุนถ้าปล่อยตำแหน่งว่างต่อไปคุ้มกว่าหรือไม่ |
| ผู้มีอำนาจตัดสินใจ | ใครเป็นคนอนุมัติเลือกผู้ให้บริการ และต้องผ่านกี่ขั้นตอนภายในก่อนเริ่มงานได้จริง |
| การเชื่อมต่อกับระบบ HR ภายใน | ผู้สมัครที่ส่งมาต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติภายในองค์กรอะไรอีกบ้างก่อนเริ่มงาน |
เช็กลิสต์นี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้ HR ใช้เตรียมตัว แต่ยังช่วยให้การพูดคุยกับบริษัทจัดหาพนักงานที่กำลังพิจารณาแม่นยำขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายเห็นภาพเดียวกันตั้งแต่ต้น ลดโอกาสที่งานจะสะดุดกลางทางเพราะข้อมูลไม่ตรงกัน
สรุป
การเลือกพนักงานขับรถไม่ใช่แค่การหาคนที่ขับรถเป็น แต่คือการบริหารความเสี่ยงที่โยงกับความปลอดภัย ภาพลักษณ์องค์กร และแม้แต่ความรับผิดทางกฎหมายของบริษัท ตั้งแต่การตรวจสอบใบขับขี่และประวัติอาชญากรรม ไปจนถึงการวางระบบคนขับสำรองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
หากองค์กรของคุณกำลังเจอปัญหาหาคนขับรถไม่ทัน ไม่มั่นใจเรื่องการตรวจประวัติ หรือเบื่อกับการต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ทุกครั้งที่คนขับลาออก บริการ Driver Outsourcing จาก Thitaramgroup ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด ด้วยประสบการณ์ด้าน HR Solution มากว่า 30 ปี ผ่านมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 29110 พร้อมทีมงานที่ติดตามอัปเดตกฎหมายแรงงานและแนวโน้มตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง มั่นใจได้ว่าพนักงานขับรถที่ส่งไปทำงานผ่านการคัดกรองและตรวจสอบประวัติมาอย่างรัดกุม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Driver Outsourcing ต่างจากการจ้างพนักงานขับรถเองอย่างไร
การจ้างพนักงานขับรถเอง องค์กรต้องดูแลการสรรหา ตรวจประวัติ และสวัสดิการเองทั้งหมด ส่วน Driver Outsourcing ผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลกระบวนการคัดกรอง จัดส่งคนทดแทนเมื่อจำเป็น และรับผิดชอบด้านสวัสดิการแทน ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและลดภาระงานบริหารจัดการลง
-
พนักงานขับรถต้องมีใบขับขี่ประเภทไหน
ต้องมีใบขับขี่ประเภท ท. (ทุกประเภท/สาธารณะ) ซึ่งกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี ถือใบขับขี่ส่วนบุคคลชนิด 5 ปีมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายรวมถึงตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
-
ต้องเช็กประวัติพนักงานขับรถอย่างไรก่อนจ้าง
ควรตรวจสอบทั้งประวัติใบขับขี่ ประวัติอาชญากรรม และประวัติการทำงานย้อนหลัง ไม่ควรอิงจากการสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผู้ให้บริการ Driver Outsourcing มืออาชีพจะมีระบบดำเนินการให้อยู่แล้ว
ดูรายละเอียดบริการแต่ละประเภทเพิ่มเติม: