สรุป Thailand HR Tech 2026 Day 1 | Human AI Harmony

รวมทุก insight จากเวที PMAT Thailand HR Tech 2026 Day 1 ว่าด้วย Human AI Harmony เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน HR

มิถุนายน 17, 2026 14:00:22

สารบัญ SEO

Tags

Payroll

รวมทุก insight จากเวที PMAT Thailand HR Tech 2026 Day 1

Human AI Harmony เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน HR

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 Paragon Hall เต็มไปด้วยคน HR กว่าพันคน ทุกคนมาด้วยคำถามชุดเดียวกัน

 

“AI มาขนาดนี้แล้ว เราต้องทำยังไงต่อ?”

 

ภายใต้ theme “HUMAN • AI HARMONY: Leading the Intelligent Workplace” งาน Thailand HR Tech 2026 จัดโดย PMAT สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย

ในปีนี้ไม่ได้มาบอกว่า AI น่ากลัวหรือไม่น่ากลัว แต่มาบอกว่า โลกการทำงานเปลี่ยนไปแล้ว และคนที่เตรียมตัวเร็วกว่าจะได้เปรียบกว่า

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นใน Day 1

1. AI ก้าวหน้าไปไกลกว่าองค์กรแล้ว — กระทิง เรืองโรจน์

คุณ กระทิง เปิดด้วยคำถาม: “AI ตอนนี้อยู่ตรงไหน?” แล้วตอบเองเลยว่า AI ก้าวหน้าไปไกลกว่าองค์กรส่วนใหญ่แล้ว เราไม่ได้อยู่ในขั้นทดลองอีกต่อไป เราอยู่ในขั้น Deploy แล้ว แต่คำถามที่ตามมาคือ งานเปลี่ยนไปแล้ว คุณค่าของพนักงานอยู่ตรงไหน?

สิ่งที่น่ากลัวกว่า AI เข้ามาแทนคนคือ AI กำลังทำให้คนคิดน้อยลง คนพึ่งพาเครื่องมือมากจนเริ่มขี้เกียจคิดเอง และเชื่อ AI จนเกินไปโดยไม่ตรวจสอบ

 

ตัวเลขที่ต้องฟัง: ตำแหน่ง Entry Level กำลังหายไปถึง 35% นี่ไม่ใช่วิกฤตของคนทำงานตอนนี้ แต่คือวิกฤตของคนรุ่นต่อไปที่กำลังจะเข้าตลาดแรงงาน องค์กรต้องเร่งสร้าง Career Bridge ก่อนที่จะสายเกินไป

สิ่งที่คุณกระทิงทิ้งไว้:

  • AI Transformation ไม่ใช่เรื่องของ IT ฝ่ายเดียว มันคือเรื่องของทุกคน ต้องมี OKR/KPI ของ AI จริงๆ
  • หมดยุคที่ C-Level ไม่รู้เรื่อง Tech แล้ว ถ้า C-Suite ไม่เดินไปในทิศทางเดียวกัน องค์กรจะไม่แข็งแรงพอ
  • Soft Skill ไม่ใช่ทักษะรองอีกต่อไป มันคือ Hard Skill ที่ยากที่สุดในยุคนี้

"HR ไม่ได้แปลว่า Human Resource อีกต่อไป HR คือ Hero — คนที่เทรนคนให้กลายเป็น Hero"

2. เมื่อมนุษย์ต้องอัปเกรด OS ตัวเอง — ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

ดร.สุวิทย์ไม่ได้มาพูดเรื่อง AI แบบ tools แต่มาพูดเรื่อง อารยธรรมกำลังเปลี่ยน

โลกมี 6 สัญญาณที่กำลังป่วนพร้อมกัน ตั้งแต่การแยกเครือข่ายโลก การแตกขั้วทางความคิด ไปจนถึง วิกฤตความไว้วางใจ ที่คนไม่ไว้ใจกันเอง และยังไม่แน่ใจว่าไว้ใจ AI ได้มากแค่ไหน

พาราไดม์ที่เปลี่ยนไปที่น่าคิดที่สุด:

 

  • จาก “ครอบครองทรัพยากร” → “ควบคุมข้อมูล”
  • จาก “ความจริงร่วม” → “ความจริงหลายชุด”
  • จาก “Rule of Law” → “Rule of Code”
  • จาก “มนุษย์เป็นตัวหลัก” → “มนุษย์เป็นแค่ Node ในระบบ”

 

ประโยคหนึ่งที่ชวนนั่งขบคิดของ ดร.สุวิทย์ “ในขณะที่ AI พยายามเป็นเหมือนมนุษย์มากขึ้น คนกลับทำกับคนเหมือนหุ่นยนต์ไปเรื่อยๆ”

Human OS คือพวงมาลัยที่คอยกำหนดทิศทาง AI คือเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อน แต่ถ้าไม่มีพวงมาลัย เครื่องยนต์แรงแค่ไหนก็พาไปชนกำแพงได้

 

คำถามที่เขาทิ้งไว้ให้คิดต่อ: “เมื่อ AI ช่วยให้เรามีปัญญามากขึ้น แล้วอะไรคือสิ่งที่จะช่วยให้เรามีวิสัยทัศน์?”

3. Mental Health ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่คือเรื่องขององค์กร — ดร.นพ. วรตม์ โชติพิทยสุนนท์

Session ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้วสำคัญมาก

พนักงานกว่า 40% มีความเครียดจากการทำงาน และ 1 ใน 3 ที่มีปัญหาอยู่ต้องอดทนทำงานต่อไปโดยไม่ได้รับการช่วยเหลือ

ประเด็นที่คุณหมอหยิบยกขึ้นมาเรื่องหนึ่งคือ อย่าโฟกัสที่ตัวคน เพราะปัญหาจริงๆ คือ Culture บริษัท ถ้าไม่ปรับจากข้างบน ข้างล่างจะได้แค่เปลี่ยนหน้าใหม่วนไปไม่มีหยุด

 

และถ้าจะลงทุน ให้ลงทุนใน Mental Health ก่อน เพราะ ROI ของการลงทุนด้านสุขภาพจิตมีผลสำรวจแล้วว่าพนักงานจะทำงานคืนให้เราได้ถึง 5 เท่า

 

สูตรที่น่าเก็บไว้คิด:

  • Talent × Effort = Skill
  • Skill × Effort = Achievement

 

และเวลา Recruit คุณหมอยังเล่าให้ฟังเปรียบกับการหาตัวนักกีฬาฟุตบอล ให้ดู Mental Profile 5C:

 

  • Commitment
  • Communication
  • Concentration
  • Control
  • Confidence

 

สุดท้ายยังย้ำคำว่า “ยัง” ไว้เสมอ เพราะมันเป็นคำที่จะบ่งบอก Mindset ของผู้สมัครได้ดี เช่น บอกว่ายังทำไม่ได้ “ตอนนี้” แต่ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ตลอดไป — นี่คือ Mindset ที่องค์กรต้องสร้างให้ได้

4. ⭐ ไฮไลท์: ESG ไม่ใช่ CSR — คุณประกาศิต ธิตาราม กับ ดร.เกษลักษณ์ หาราชัย

หนึ่งใน Session ที่ภูมิใจที่สุดของวัน เพราะคนบนเวทีคือ คุณประกาศิต จาก Thitaramgroup ของเราเอง ที่ขึ้นไปแชร์มุมมองเรื่อง ESG ในมิติที่ลึกกว่าที่หลายองค์กรเข้าใจ

 

พี่ปุยเปิดมาด้วยคำถามตรงๆ ที่ทำให้ทั้งห้องนิ่ง: “องค์กรใครเริ่มทำ ESG หรือทำ Report ไปแล้วบ้าง?”

จากนั้นก็วางหมุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด:

“CSR ไม่ใช่ ESG — เพราะ ESG คือการฝังลึกลงไปในวิสัยทัศน์ขององค์กร”

ESG ไม่ใช่การทำโปรเจกต์เพื่อถ่ายรูปลงโซเชียล แต่มันคือ Transformation Tool ที่บังคับให้องค์กรตอบคำถามว่า อีก 5-10 ปีข้างหน้า ธุรกิจของเราจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และมันช่วยทั้งเรื่องการบริหารความเสี่ยงด้านกฎหมายและภาพลักษณ์ไปพร้อมกัน

ทำไม ESG ถึงคุ้มค่าที่จะทำ?

 

ดร.เกษลักษณ์ ชี้ว่าหลายองค์กรยังไม่เข้าใจ แต่ในหลายประเทศกำลังมองหาธุรกิจสีเขียวมากขึ้น ซึ่งหมายถึงจะมีโอกาสในมุมธุรกิจที่มากกว่าเดิม และที่สำคัญ — องค์กรที่ทำ ESG จริงจังจะดึงดูดพนักงานที่อยากทำงานที่มีคุณค่าเข้ามา นี่คือความได้เปรียบทางการแข่งขันที่จับต้องได้

แต่ทำไมพนักงานถึงไม่ให้ความร่วมมือ?

2 ข้อ ที่ยกตัวอย่างมาให้: พนักงานไม่รู้ความหมาย และงานเพิ่ม และยังเสริมประโยคที่อยู่บนความจริงของพนักงานนั่นคือ “ก่อนจะรักโลก หลายคนขอรักตัวเองก่อน” นี่คือเหตุผลว่าทำไมสมการความสำเร็จของ ESG ต้องมีครบทั้ง Meaning × Benefit × การมีส่วนร่วมของพนักงาน

 

Circular Workplace 5 Key ที่สามารถทำได้เลย:

  • Smart Waste Separation
  • ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง
  • Food Waste Monitoring
  • Circular Procurement
  • Circular Culture

แล้ว AI เข้ามาช่วยตรงไหน?

คุณประกาศิตเล่าว่า ESG ในยุคนี้ต้องการ คน + AI ร่วมมือกันจริงๆ โดย AI ช่วยได้ 3 เรื่อง:

 

  • วัดข้อมูล
  • วิเคราะห์
  • กระตุ้นคนให้ลงมือทำ

 

โดยเฉพาะมิติ S (Social) และ G (Governance) ที่ AI ช่วยได้มาก ทั้งการเช็คความโปร่งใส การ Recruit ที่เสมอภาคและเท่าเทียม

และปิดท้ายด้วยประโยคที่สรุปทั้ง theme ของงานได้ในประโยคเดียว:

“ไม่ว่ากลยุทธ์จะดีแค่ไหน AI จะช่วยอะไร การทำ ESG จะสำเร็จหรือไม่ สุดท้ายคนต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางและตัดสินใจ”

นี่แหละคือ Human • AI Harmony ตัวจริง 

5. Transformation คือ DNA ไม่ใช่ Project — วิธพล เจาะจิตต์

Head of Banpu People Public Company Limited

Session ของบ้านปูเริ่มต้นจากคำถามที่ดูเรียบๆ  “ถ้าอยากทรานส์ฟอร์ม คุณต้องหาให้ได้ก่อนว่าต้องการอะไร”

 

ไอเดียที่ชัดที่สุดคือ Transformation ต้องเดินสองเส้นพร้อมกัน: เสริมธุรกิจปัจจุบันให้แข็งแรง ในขณะที่สร้างสิ่งใหม่ควบคู่ไปด้วย

 

และ AI เข้ามา blend Cognitive Skills ไปเยอะมากแล้ว แต่สิ่งที่ AI ยังแทนไม่ได้คือ สำนึก เพราะมันสอนกันไม่ได้ ไม่มีดาต้าไหนสอนได้

ที่บ้านปูไม่ได้ใช้ AI เพื่อแทนคน แต่ ใช้ AI เพื่อให้คนเก่งขึ้น และนั่นคือความต่างที่สำคัญมาก

"ถ้าพนักงานเก่งขึ้น 10 เท่าด้วย AI แต่เราใช้งานเขาไม่ได้ ปัญหาอยู่ที่ใคร?"

6. HR ต้องเป็น Transformer ไม่ใช่ Translator — บุญรอด + LINE MAN Wongnai

Session นี้สนุกตรงที่จับสองโลกที่ต่างกันสุดขั้วมานั่งคุยกัน

ฝั่งหนึ่งคือ บุญรอดบริวเวอรี่ ธุรกิจโรงงานขนาดใหญ่ มีแรงงานสายปฏิบัติการเยอะ และมีโจทย์เรื่องอายุพนักงานที่เฉลี่ยอยู่ราว 38 ปลายๆ อีกฝั่งคือ LINE MAN Wongnai องค์กรเทคที่ AI เพิ่งกลายเป็น DNA ขององค์กรในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สองบริบทนี้ต่างกันคนละเรื่อง แต่กลับเจอบทสรุปที่คล้ายกันอย่างน่าสนใจ

 

บทเรียนจาก LINE MAN: AI เข้าองค์กรได้เพราะ “คนเห็นของจริง” ไม่ใช่เพราะคำสั่ง

 

LINE MAN เล่าว่าการเปลี่ยนแปลงจริงจังเพิ่งเริ่มต้นช่วงต้นปี 2025 นี้เอง และสิ่งที่ทำให้ AI ฝังเข้าไปในงานได้จริง ไม่ใช่การประกาศนโยบายจากข้างบน แต่คือการ พาคนไปเห็นของจริง ถึงต่างประเทศ แล้วกลับมาให้คนได้ลองเล่น ลองพัง ลองสร้างเอง

ผลที่ตามมาคือ AI ไม่ได้กลายเป็นโปรเจกต์ของทีมใดทีมหนึ่ง แต่มันแทรกอยู่ในโจทย์จริงของแต่ละ function ตั้งแต่ HR Chatbot, การเอา AI ไปช่วยตรวจสอบการทำงานของไรเดอร์ ไปจนถึงการฝัง AI เข้าไปในกระบวนการทำงานประจำวัน

และมุมที่ LINE MAN มองผลกระทบของ AI ต่อคนได้คมมาก — มันมีได้ 3 แบบ คือ คนน้อยลง, คนมากขึ้น, หรือคนเท่าเดิมแต่ไม่ต้องรับเพิ่มเพราะเครื่องมือทำแทนได้แล้ว ไม่ได้แปลว่า AI = ปลดคนเสมอไป

 

บทเรียนจากบุญรอด: ทุกอย่างเริ่มจาก Direction ของผู้นำ

ฝั่งบุญรอดย้ำว่า Direction ของ CEO คือจุดเริ่มต้นที่ขาดไม่ได้ เพราะมันทำให้คนทั้งองค์กรเห็นเป็นภาพเดียวกัน และเวลาจะ Align คนทั้งองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน ต้องถอดรหัสด้วยตัวเลขที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่ความรู้สึก — Productivity ดีขึ้นไหม? Management ดีขึ้นไหม?

 

และมุมที่น่าสนใจที่สุดของ Session นี้คือเรื่องการรับคน บุญรอดบอกว่าองค์กรที่แข็งแรงต้อง “รับให้ยาก ออกให้ยาก” ไม่ใช่รับง่ายออกง่าย หรือรับยากออกง่าย เพราะถ้าองค์กรไหนรับง่ายออกง่าย นั่นแปลว่ากำลังมีรูรั่วบางอย่างอยู่ในระบบ

และคำตอบเรื่องบทบาท HR ในตอนนี้คือ:

“คุณต้องเป็น Transformer ไม่ใช่ Translator — คุณต้องเข้าใจมันจริงๆ ไม่ใช่แค่รับสารแล้วส่งต่อ”

 

สรุปรวม: 6 ประเด็นที่ HR ต้องจำจาก Day 1

ประเด็น บทเรียน
AI ก้าวหน้ากว่าองค์กร หยุดทดลอง เริ่ม Deploy จริง
Human OS มนุษย์ต้องเป็นพวงมาลัย ไม่ใช่แค่โหนดในระบบ
Mental Health = ROI ลงทุนใน Culture ก่อน
ESG ≠ CSR ฝังใน Strategy ไม่ใช่แค่ทำ Report
Transformation ไม่มีจุดจบ มันคือ DNA ไม่ใช่ Project
HR = Transformer เข้าใจ เชื่อมต่อ ขับเคลื่อน ไม่ใช่แค่ถ่ายทอด

ก่อนที่ตัวเลขเล็กๆ จะกลายเป็นค่าปรับก้อนใหญ่ ทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมช่วยคุณประเมินและปิดช่องโหว่ทุกจุด

Tags

Payroll

บทความที่คุณอาจสนใจ

รวมทุก insight จากเวที PMAT Thailand HR Tech 2026 Day 1 ว่าด้วย Human AI Harmony เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน HR
ปี 2569 เพดานประกันสังคมเปลี่ยน หากยังใช้สูตรเดิม เสี่ยงคำนวณผิดทุกเดือน บริการจัดทำเงินเดือนจาก Thitaram ปิดความเสี่ยงค่าปรับและโทษทางกฎหมายให้ครบ
Thitaram ยกทัพพร้อมให้คำปรึกษา เตรียมพบคุณที่งาน Thailand HR TECH 2026 พร้อม HR Solution ครบวงจรและ Session พิเศษๆ จัดเต็ม บน Stage ทั้ง 2 วัน

Follow channel

เสริมกำลังทีม เพิ่มกำไร
ลดภาระ HR

ลดปัญหาในการจัดการพนักงาน เพิ่มกำลังผลิต เสริมทีมขาย พร้อมผู้เชี่ยวชาญดูแลครบทุกขั้นตอน

Call-to-action 1